ลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นไหนดี รวม 12 กระเป๋ารุ่นฮิต ราคาดี น่าลงทุน
ปัจจุบันนอกจากการฝากเงินให้กับธนาคาร การเล่นหุ้น การซื้อที่ดิน รถ หรืออสังหาริมทรัพย์แล้ว กระเป๋าแบรนด์เนมยังเป็นหนึ่งในวิธีการลงทุนระยะยาวที่ได้รับความนิยมมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคากระเป๋าเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอยู่เสมอ แต่ทุกๆ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นผู้ลงทุนควรศึกษาหาความรู้เพื่อลดทอนความเสี่ยงเหล่านี้ให้น้อยลง
ซึ่งในบทความนี้ JIPJIPMONEY จะมาแนะนำเทคนิคการเลือกยี่ห้อ-รุ่นกระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงข้อดี และข้อควรระวังในการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด
ทำไมการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม ถึงน่าสนใจกว่าการออมเงินทั่วไป?
การซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป หากคุณรู้จักเลือกให้เป็น นี่คือเหตุผลที่ทำให้เหล่านักลงทุนหันมาสะสม Luxury Bags กันมากขึ้นครับ
- ชนะเงินเฟ้อ: แบรนด์หรูอย่าง Chanel หรือ Hermes มีการปรับราคาขึ้น (Price Adjustment) ทุกปี เฉลี่ยปีละ 5-10% หรือมากกว่านั้นในบางรุ่น ทำให้มูลค่ากระเป๋าในมือคุณเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ
- สภาพคล่องสูง: กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นยอดนิยม เปรียบเสมือน "สกุลเงินสากล" ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทั่วโลก หรือใช้บริการเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ทันทีกับ JIPJIPMONEY
- กำไรจากการใช้งาน: ต่างจากการซื้อหุ้นที่จับต้องไม่ได้ การลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมทำให้คุณได้ "กำไรใส่" ได้ใช้งานจริงเสริมภาพลักษณ์ และเมื่อขายต่อก็ยังได้ "กำไรเงิน" กลับคืนมา
อยากลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม เลือกแบรนด์-รุ่นไหนดี? แนะนำ 12 กระเป๋าแบรนด์เนมน่าลงทุน
หากเปรียบโลกแฟชั่นเป็นตลาดหุ้น การเลือกซื้อกระเป๋าก็เหมือนการเลือกหุ้นเข้าพอร์ตค่ะ กฎเหล็กของการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม คือต้องเลือก "ตัวท็อป" ที่พื้นฐานดี มีสตอรี่ และเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอ JIPJIPMONEY ได้คัดสรร 12 รุ่นที่เปรียบเสมือนหุ้น Blue Chip ที่มีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสทำกำไรสูง มาวิเคราะห์ให้ดูทีละรุ่นเลยค่ะ
1. Hermes Birkin: ราชินีแห่งสินทรัพย์ที่ชนะทุกวิกฤต
ถ้าถามว่า ลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม รุ่นไหนคือที่สุด คำตอบเดียวคือ Birkin ค่ะ ด้วยกลยุทธ์การจำกัดจำนวนการผลิต ทำให้เงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ ต้องมีประวัติการซื้อที่ดีเท่านั้น ราคาในตลาดมือสองจึงพุ่งสูงกว่าราคาป้ายเสมอ โดยเฉพาะไซส์ 25 และ 30 ในหนัง Togo หรือ Epsom สีดำ/ทอง ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ชนะเงินเฟ้อได้จริงค่ะ
2. Hermes Kelly: ความสง่างามที่มาพร้อมฟังก์ชัน
คู่แข่งตลอดกาลของ Birkin แต่ได้เปรียบเรื่องความคล่องตัวเพราะมีสายสะพาย Kelly คือสัญลักษณ์ของความผู้ดีและความสำเร็จ ในมุมของการลงทุน Kelly ไซส์เล็กอย่าง Mini Kelly และ Kelly 25 กำลังเป็นที่ต้องการอย่างบ้าคลั่งในตลาด Resale หากสามารถครอบครองได้ รับรองว่ากำไรเห็นๆ ตั้งแต่วันแรกที่เดินออกจากช้อปค่ะ
3. Hermes Constance: ตัวแทนความเรียบหรูและหายาก
กระเป๋าสะพายข้างที่โดดเด่นด้วยโลโก้ H ใหญ่ แม้รูปทรงจะดูเรียบง่าย แต่ขั้นตอนการผลิตนั้นซับซ้อนและใช้เวลานาน ทำให้จำนวนของในตลาดมีน้อยมาก Constance จึงเป็นเป้าหมายของนักสะสมทั่วโลก โดยเฉพาะรุ่น 18 และ 24 สภาพสวยๆ ราคาแข็งแกร่งและปล่อยต่อได้ไวมากค่ะ
4. Chanel Classic Flap: ตำนานที่ราคาปรับขึ้นโหดทุกปี
Chanel Classic Flap คือหนึ่งในกระเป๋า CHANEL รุ่นฮิตของนักลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม โดย Chanel มีนโยบายปรับราคาขึ้นทุกปี ปีละหลายรอบ ทำให้ราคามือสองขยับขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ การซื้อ Classic Flap หนัง Caviar สีดำ อะไหล่ทอง/เงิน เก็บไว้ เปรียบเสมือนการซื้อที่ดินทำเลทองที่มีแต่จะเพิ่มมูลค่าในระยะยาวค่ะ
5. Chanel Boy: ลุคเท่ โฉบเฉี่ยว ตลาดวัยรุ่นต้องการสูง
สำหรับใครที่ชอบลุคทะมัดทะแมง Chanel Boy ตอบโจทย์ที่สุด ด้วยดีไซน์ทรงกล่องและโซ่รมดำที่ดู Modern ทำให้ฐานลูกค้ากว้างมาก ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน แม้ราคาจะไม่พุ่งแรงเท่ารุ่น Classic แต่สภาพคล่องสูงมาก เปลี่ยนมือไว เหมาะสำหรับเก็งกำไรระยะสั้น-กลางค่ะ
6. Chanel 22: It Bag แห่งยุค ที่ราคาพุ่งแรงแซงทางโค้ง
น้องใหม่ที่มาแรงจนกลายเป็นไอคอนิกใบใหม่ของแบรนด์ ด้วยดีไซน์ถุงจีบที่ดู Casual แต่แฝงความหรูหรา ทำให้ Chanel 22 กลายเป็นที่ต้องการของแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก ณ เวลานี้ ใครมีใบนี้อยู่ในมือถือว่าได้เปรียบ เพราะตลาดยังมีความต้องการสูงต่อเนื่อง สามารถทำกำไรส่วนต่างได้ดีค่ะ
7. Louis Vuitton Speedy Bandoulière: เหรียญทองของนักลงทุนมือใหม่
หากมีงบเริ่มต้นไม่สูงมาก แต่อยากลองลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม รุ่นนี้คือคำตอบค่ะ Speedy รุ่นมีสายสะพายลาย Monogram คือความคลาสสิกที่ไม่มีวันตาย ทนทาน ใช้งานได้จริง และซื้อง่ายขายคล่องที่สุดในบรรดากระเป๋าทั้งหมด เปรียบเสมือน "สกุลเงิน" ที่ใครๆ ก็ยอมรับค่ะ
8. Louis Vuitton Neverfull: ชื่อรุ่นบอกสรรพคุณ จุของคุ้มค่า ราคาไม่มีตก
กระเป๋า Tote ที่สาวๆ ทุกคนต้องมี Neverfull เป็นรุ่นที่ใช้งานคุ้มค่าที่สุด ด้วยความทนทานของ Canvas และความจุที่ใส่ได้ทุกอย่าง ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมือสองตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ราคาก็ยังยืนพื้นดีไม่มีตกค่ะ
9. Dior Lady Dior: กระเป๋าเจ้าหญิงที่เป็นอมตะ
กระเป๋า DIOR รุ่นฮิตในตำนานที่เจ้าหญิงไดอาน่าทรงโปรดปราน Lady Dior โดดเด่นด้วยลาย Cannage และ Charm ห้อย D.I.O.R. ที่เป็นเอกลักษณ์ การลงทุนในรุ่นนี้แนะนำให้เล่นไซส์ Mini หรือ Small ในหนัง Lambskin สีคลาสสิก เพราะเป็นขนาดที่กำลังนิยมและรักษามูลค่าได้ดีที่สุดในไลน์ของ Dior ค่ะ
10. Celine Triomphe: ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งอาณาจักร LVMH
หลังจากเปลี่ยนดีไซเนอร์ Celine ก็กลับมาทวงบัลลังก์ด้วยโลโก้ Triomphe สีทองที่ดูแพงและมินิมอล รุ่นนี้กำลังไต่ระดับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ราคามือสองเริ่มขยับตัวสูงขึ้นตามความหายาก เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อเก็บก่อนที่ราคาจะไปไกลกว่านี้ค่ะ
11. Goyard Saint Louis Tote: ความหรูหราที่เงินออนไลน์ซื้อไม่ได้
ความพิเศษของ Goyard คือ "ไม่มีขายออนไลน์" ต้องไปต่อคิวซื้อที่หน้าร้านเท่านั้น ทำให้เป็นรุ่นที่หาซื้อค่อนข้างยาก และมักจะขาดตลาดอยู่บ่อย ๆ โดยรุ่น Saint Louis Tote ที่น้ำหนักเบาและทนทาน ก็เป็นหนึ่งในรุ่นที่มีความต้องการสูงมาก สามารถขายต่อได้ราคาดีและปล่อยออกได้ไวเสมอค่ะ
12. Gucci Jackie 1961: การกลับมาของวินเทจไอคอน
Gucci ปลุกชีพกระเป๋าทรง Hobo รุ่นคุณแม่ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง รุ่น Jackie 1961 ในผ้า Canvas ลาย GG Supreme หรือหนังเรียบ ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม เป็นรุ่นที่พิสูจน์แล้วว่า "ความคลาสสิกไม่มีวันตาย" เหมาะสำหรับเก็บสะสมเพื่อใช้งานและเก็งกำไรในระยะยาวค่ะ
ข้อดีของการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเศรษฐีหรือคนดังถึงยอมจ่ายเงินหลักแสนหลักล้านเพื่อกระเป๋าเพียงใบเดียว คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความฟุ่มเฟือยเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่เพราะการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมให้ผลตอบแทนที่จับต้องได้และคุ้มค่าในหลายมิติ ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่นอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ค่ะ
1. ชนะเงินเฟ้อด้วยการปรับราคาขึ้นทุกปี
ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ "ราคาป้าย" (Retail Price) ของแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Chanel, Hermes หรือ Louis Vuitton มีการปรับตัวสูงขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 5-10% หรือบางปีอาจพุ่งไปถึง 15% ตามค่าเงินและต้นทุนการผลิต ทำให้กระเป๋าใบเก่าที่คุณซื้อมาเมื่อหลายปีก่อน มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ การถือกระเป๋าแบรนด์เนมจึงเป็นการรักษามูลค่าเงินที่ชนะอัตราเงินเฟ้อได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ
2. ได้กำไร 2 ต่อ
ความพิเศษที่หุ้นหรือทองคำให้ไม่ได้ คือ "ความสุขจากการใช้งาน" ค่ะ เมื่อคุณซื้อหุ้น คุณทำได้แค่ดูตัวเลขในพอร์ต แต่เมื่อลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม คุณสามารถนำมาสะพายเสริมบุคลิกภาพ ออกงานสังคม หรือใช้งานในชีวิตประจำวันได้ (กำไรใช้) และเมื่อถึงเวลาเบื่อหรือต้องการเปลี่ยนใบใหม่ ก็ยังสามารถขายต่อได้ในราคาที่ดี หรือบางรุ่นอาจได้กำไรส่วนต่างกลับมาด้วย (กำไรเงิน) เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุดค่ะ
3. สภาพคล่องสูง เปรียบเสมือนสกุลเงินสากล
กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นยอดนิยมได้รับการยอมรับทั่วโลก เปรียบเสมือนถือ "สกุลเงินสากล" อยู่ในมือค่ะ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หากต้องการใช้เงินสด ก็สามารถนำกระเป๋าไปขายต่อหรือเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ทันที โดยเฉพาะที่ JIPJIPMONEY เราเข้าใจเรื่องสภาพคล่องเป็นอย่างดี จึงพร้อมให้บริการเปลี่ยนกระเป๋าของคุณเป็นเงินสด (bagforcash) ได้รวดเร็ว ให้ราคาสูง และขั้นตอนไม่ยุ่งยากค่ะ
4. ความผันผวนต่ำกว่าสินทรัพย์เสี่ยงอื่น
ในขณะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงจนน่าใจหาย แต่ตลาดกระเป๋าแบรนด์เนมค่อนข้างมีความเสถียร โดยเฉพาะแบรนด์ระดับ High-End ที่ราคามีแนวโน้มไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ หรืออย่างแย่ที่สุดก็ทรงตัว การลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมจึงถือเป็น Safe Haven หรือหลุมหลบภัยชั้นดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและชอบความมั่นคงค่ะ
5. เพิ่มความเชื่อถือ ส่งเสริมบุคลิกภาพ และสร้างเครือข่ายธุรกิจ
การใช้กระเป๋าแบรนด์เนมเป็นตัวช่วยเสริมบุคลิกภาพและความน่าเชื่อถือให้กับคุณได้เป็นอย่างดี เพราะกระเป๋าเหล่านี้มีการออกแบบและตัดเย็บที่ประณีตสวยงาม โดยอาจสังเกตจากนักธุรกิจ ผู้บริหาร หรือบุคคลมีชื่อเสียงหลายท่านมักนิยมใช้สินค้าแบรนด์เนม เพื่อช่วยเพิ่มระดับความหรูหราได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ การใช้งานกระเป๋าแบรนด์เนมยังช่วยให้ผู้ใช้งานมีเครือข่ายด้านต่างๆ ในสังคมได้เพิ่มขึ้น เพราะกระเป๋าแบรนด์เนมมีส่วนช่วยเชื่อมโยงบุคคลต่างๆ ที่สนใจในสินค้าให้พูดคุยกันได้อย่างลื่นไหล หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น
ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม
ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมก็เช่นกันค่ะ ก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายเงินก้อนโต ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อไม่ให้ "ติดดอย" หรือขาดทุนค่ะ
- ระวังของปลอม: ปัจจุบันของปลอมเกรด Mirror ทำได้เนียนมากจนน่ากลัว หากดูไม่เป็นควรซื้อจากช้อปโดยตรง หรือซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือและมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่าง JIPJIPMONEY เท่านั้น
- สภาพสินค้าคือหัวใจ: กระเป๋าไม่เหมือนทองคำที่มีราคากลางเป๊ะๆ ราคาจะขึ้นอยู่กับสภาพเป็นหลัก รอยปากกา มุมถลอก หรือทรงย้วย จะทำให้ราคาตกลงฮวบฮาบ ต้องรักษาให้ดีเหมือนไข่ในหิน
- อุปกรณ์ต้องครบ: การ์ด, กล่อง, ถุงผ้า, ใบเสร็จ, ถุงกระดาษ แม้กระทั่งริบบิ้น หากหายไปชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ราคาขายต่ออาจหายไป 10-20% ทันที
- เทรนด์เปลี่ยนไว: สีแฟชั่น (Seasonal Colors) อาจจะสวยวันนี้แต่อีก 2 ปีอาจจะเชย แนะนำให้ลงทุนในสี Classic (ดำ, เบจ, เทา, ทอง) หรือสีที่เป็น Signature ของแบรนด์จะปลอดภัยกว่า
- การดูแลรักษา: อากาศร้อนชื้นในไทยคือศัตรูตัวร้าย ทั้งเชื้อรา หนังบวม หรือยาแนวละลาย ต้องเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิเหมาะสมและถ่ายเทสะดวก
- มีความรู้ด้านกฎหมาย: ควรศึกษาเรื่องข้อกฎหมายการนำเข้าและภาษีต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถซื้อ-ขายได้อย่างถูกต้อง ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เข้าโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และป้องกันมิจฉาชีพที่อาจหลอกลวง
เปลี่ยนกระเป๋าเป็นเงินทุนหมุนเวียนได้ที่ JIPJIPMONEY
เมื่อคุณลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมสะสมไว้จนเป็นพอร์ตใหญ่แล้ว วันหนึ่งหากร้อนเงิน มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดเร่งด่วน หรือต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนในธุรกิจ แต่ไม่อยาก "ขายขาด" กระเป๋าลูกรักที่อุตส่าห์เก็บรักษามาอย่างดี JIPJIPMONEY คือคำตอบค่ะ
เพราะ JIPJIPMONEY ได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้น จึงต้องการช่วยเหลือและแก้ปัญหานี้ด้วยการให้บริการขายฝากกระเป๋าแบรนด์เนม (bagforcash) เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของกระเป๋าได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น
- มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด: เราเก็บรักษากระเป๋าของคุณแบบ 1:1 ในห้องนิรภัยระบบปิด มาตรฐานระดับโลก ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น 24 ชม. พร้อมระบบกันไฟนานสูงสุด 7 ชั่วโมง
- ประเมินราคาเป็นธรรม: ให้วงเงินสูง ประเมินตามระบบกลาง ที่แม่นยำและยุติธรรม
- ดอกเบี้ยต่ำ ถูกกฎหมาย: เริ่มต้นเพียง 0.89% ต่อเดือน ช่วยให้คุณบริหารสภาพคล่องได้สบายๆ
สรุปบทความ
การลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสวยงามและความมั่งคั่ง เพียงแค่เลือกให้ถูกรุ่น ดูแลให้ถูกวิธี และมีพาร์ทเนอร์ทางการเงินที่ไว้ใจได้อย่าง JIPJIPMONEY คอยดูแล คุณก็สามารถสนุกกับโลกของแบรนด์เนมได้อย่างไร้กังวลแล้วค่ะ
สำหรับคนที่ลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนม แล้วต้องการเงินทุนไปหมุนเวียนใช้จ่าย JIPJIPMONEY มีบริการ ขายฝากกระเป๋า bagforcash ที่ให้คุณเปลี่ยนกระเป๋าแบรนด์เนมเป็นเงินสด โดยไม่จำเป็นต้องขายขาดของรักในวันที่ร้อนเงิน และมั่นใจได้ว่ากระเป๋าของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในห้องนิรภัยมาตรฐานระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจ หรือต้องการสอบถามข้อมูลได้ที่
- Line: @JIPJIPMONEY หรือ @bagforcash
- โทร: 088-800-0000 ในช่วงวันและเวลาทำการ 10:00-19:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
- E-Mail: official@jipjipmoney.com