13 ไอเดียสไตล์การแต่งตัวผู้ชาย 2026 แมทช์ลุคเท่ ดูดีไม่ตกเทรนด์

13 ไอเดียสไตล์การแต่งตัวผู้ชาย 2026 แมทช์ลุคเท่ ดูดีไม่ตกเทรนด์

อัพเดทเมื่อ 12 JANUARY 2026

อัปเดต 13 สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย 2026 เปลี่ยนลุคให้ดูดี ไม่ตกเทรนด์


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


เมื่อเข้าสู่ปี 2026 เทรนด์แฟชั่นของผู้ชายเปิดกว้างและมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การแต่งตัวผู้ชายไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่กรอบเดิมๆ อีกต่อไป แต่คือการแสดงออกถึงตัวตนและความมั่นใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นหนุ่มออฟฟิศ นักธุรกิจ หรือสายลุย การอัปเดตสไตล์การแต่งตัวผู้ชายให้ทันสมัยอยู่เสมอจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีและน่าเชื่อถือ JIPJIPMONEY จึงได้รวบรวม 13 ลุคสุดฮิตที่จะทำให้คุณหล่อเท่ได้ในทุกสถานการณ์มาฝากกันค่ะ


เจาะลึก 13 สไตล์การแต่งตัวผู้ชายยอดฮิต ที่หนุ่มๆ ต้องลองแต่งสักครั้ง

ไม่ว่าคุณจะชอบความเรียบง่าย ความหรูหรา หรือความสนุกสนาน ปี 2026 นี้มีทางเลือกให้คุณสนุกกับการแมทช์เสื้อผ้าได้ไม่รู้จบ มาดูกันว่า 13 สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย ที่กำลังมาแรงและจะช่วยเปลี่ยนลุคของคุณให้ดูดีมีระดับนั้นมีอะไรบ้าง


1. Classic Menswear: ความเนี๊ยบระดับสุภาพบุรุษที่ไม่มีวันตาย


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


นี่คือที่สุดของความอมตะในการแต่งตัวผู้ชาย การสวมใส่สูทคัตติ้งเนี้ยบ หรือเสื้อเชิ้ตคู่กับกางเกงสแล็คทรงสวย เป็นสไตล์ที่บ่งบอกถึงความภูมิฐานและความเป็นมืออาชีพ กุญแจสำคัญคือ "ความพอดีตัว" (Perfect Fit) ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป การเลือกสีคลาสสิกอย่าง กรมท่า เทา หรือดำ แมทช์กับรองเท้าหนัง Oxford หรือ Loafer จะช่วยให้คุณดูสง่างามในทุกงานสังคม ยิ่งถ้ามีนาฬิกา Dress Watch เรือนหรูสักเรือน จะยิ่งคอมพลีทลุคนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


2. Smart Casual: หล่อเท่กึ่งทางการ ใส่ไปทำงานก็ได้ ไปเที่ยวก็ดี

สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง เป็นการผสมผสานความสุภาพเข้ากับความสบาย คุณอาจเลือกจับคู่เสื้อโปโลหรือเสื้อเชิ้ตพับแขน กับกางเกง Chino สีเบจหรือสีกรมท่า และจบด้วยรองเท้าผ้าใบหนังสีขาวสะอาดตา หรือรองเท้าหนังแบบลำลอง ลุคนี้ช่วยลดความเป็นทางการลงแต่ยังคงความดูดี ให้คุณพร้อมลุยงานประชุมและไปสังสรรค์ต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด


3. Street Style: ปลดปล่อยความอิสระและตัวตนผ่านสตรีทแฟชั่น

เอาใจสายแฟชั่นที่ชอบความสนุกสนานและการแสดงออก Street Style ในปี 2026 ยังคงเน้นความ Oversize ทั้งเสื้อยืด กางเกงคาร์โก้ หรือกางเกงยีนส์ทรงหลวม แมทช์กับสนีกเกอร์รุ่น Limited Edition ที่หายาก การแต่งตัวผู้ชายสไตล์นี้มักมีการเล่นกับลวดลายกราฟิก การซ้อนทับเลเยอร์ (Layering) และการใช้แอกเซสซอรีอย่างหมวกแก๊ป หรือกระเป๋าคาดอกแบรนด์เนม เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและบ่งบอกไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนใคร


4. Vintage & Retro: ย้อนเวลาหาความเท่ เสน่ห์ของความเก๋า


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


เสน่ห์ของวันวานยังคงหอมหวานเสมอ สไตล์วินเทจเป็นการนำไอเท็มจากยุค 70s, 80s หรือ 90s กลับมาเล่าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดวงร็อคฟอกสี เสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ กางเกงขาม้า หรือเสื้อเชิ้ตฮาวายลายเก๋ การแต่งตัวผู้ชายแนวนี้ต้องอาศัยศิลปะในการมิกซ์แอนด์แมทช์ เพื่อให้ดู "เก๋า" แต่ไม่ "เก่า" การเลือกแว่นตากันแดดทรงวินเทจ หรือนาฬิกาหน้าปัดย้อนยุค จะช่วยดึงดูดสายตาและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ดีเยี่ยม


5. Sporty Look (Athleisure): สายสปอร์ต รักสุขภาพ เน้นความคล่องตัว

Athleisure มาจากการรวมคำว่า Athlete (นักกีฬา) และ Leisure (เวลาว่าง) เข้าด้วยกัน คือเทรนด์การนำชุดกีฬามาใส่ในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับผู้ชายที่รักความคล่องตัว กางเกงจ็อกเกอร์ (Jogger Pants) เสื้อฮู้ดดี้ และรองเท้าวิ่งดีไซน์ล้ำสมัย คือไอเท็มหลักของลุคนี้ การแต่งตัวผู้ชายสไตล์สปอร์ตในปี 2026 จะเน้นความพรีเมียมของเนื้อผ้าและการตัดเย็บ ทำให้ดูหรูหราและใส่ไปเดินห้างได้แบบไม่อายใคร


6. Korean Minimal: เรียบง่ายแต่ดูแพง สไตล์โอปป้าเกาหลี

ใครอยากดูอบอุ่นและทันสมัย ต้องยกให้สไตล์เกาหลีมินิมอล ที่เน้นโทนสีพื้น (Earth Tone) หรือสีพาสเทลอ่อนๆ เช่น ขาว ครีม น้ำตาลอ่อน และเทา ไอเท็มเด็ดคือเสื้อยืด Oversize ทับด้วยเบลเซอร์ทรงหลวม (Boxy Blazer) และกางเกงสแล็คขาเตลิด (Wide-leg Trousers) สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย แบบนี้จะเน้นความสะอาดสะอ้าน ดูคลีน และเข้าถึงง่าย สาวๆ เห็นแล้วต้องเหลียวมองแน่นอน


7. Preppy Style: ลุคลูกคุณหนู ดูดีมีชาติตระกูลแบบหนุ่มไอวี่ลีก


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


Preppy Style ได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องแบบนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ (Ivy League) เอกลักษณ์คือความเรียบหรูแบบลูกคุณหนู ไอเท็มหลักคือเสื้อเชิ้ต Oxford, เสื้อสเวตเตอร์ถักไหมพรมพาดบ่า, กางเกงขาสั้นระดับเข่า หรือกางเกง Chino และรองเท้า Boat Shoes การแต่งตัวผู้ชายแนวนี้จะให้ลุคที่ดูมีความรู้ สุภาพ และดูแพงแบบ Old Money โดยไม่ต้องพยายามตะโกนชื่อแบรนด์


8. Layering: เพิ่มมิติให้การแต่งตัว ด้วยการสวมทับหลายชั้น

การ Layering หรือการสวมเสื้อผ้าทับกันหลายชั้น เป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับลุคของคุณได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการสวมเสื้อกั๊กทับเสื้อเชิ้ต ใส่แจ็คเก็ตยีนส์ทับฮู้ดดี้ หรือสวมโค้ทตัวยาวทับชุดสูท เทคนิคนี้นอกจากจะช่วยกันหนาวหรือกันลมในห้องแอร์ได้แล้ว ยังแสดงถึงความพิถีพิถันในการแต่งตัวผู้ชาย ที่รู้จักเล่นกับ Texture และสีสันของเสื้อผ้าแต่ละชิ้นให้เข้ากันอย่างลงตัว


9. Camping & Outdoor: วิถีหนุ่มสายลุย ใกล้ชิดธรรมชาติ

เทรนด์ Gorpcore หรือสไตล์แคมป์ปิ้งยังคงมาแรงในปี 2026 เน้นเสื้อผ้าที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง (Functional Fashion) เช่น เสื้อกั๊กเดินป่าที่มีกระเป๋าเยอะๆ กางเกงคาร์โก้ผ้ากันน้ำ เสื้อกันลม และรองเท้าเดินป่า หรือรองเท้าแตะรัดส้นแบรนด์ดัง สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย แบบนี้สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่รักการผจญภัย แต่ก็สามารถนำมาปรับใส่เดินในเมืองให้ดูเท่และทะมัดทะแมงได้เช่นกัน


10. Boyish Charm: ลดอายุให้ดูเด็กลง ด้วยลุคขี้เล่นสดใส


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


ลุคนี้เน้นความสดใสและขี้เล่น เหมือนกลับไปเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง คีย์หลักคือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า (Shorts) แมทช์กับถุงเท้าข้อยาวและรองเท้าผ้าใบ หรือจะเป็นเสื้อยืดลายการ์ตูนวินเทจ สวมหมวก Bucket หรือหมวกแก๊ปสีสันสดใส การแต่งตัวผู้ชายสไตล์ Boyish ช่วยลดอายุและเพิ่มเสน่ห์ความเป็นกันเอง เหมาะมากสำหรับวันหยุดพักผ่อนสบายๆ หรือไปคาเฟ่


11. Tracksuit Set: ชุดวอร์มเข้าชุด เท่ได้ไม่ต้องคิดเยอะ

ความง่ายแต่ได้ใจความต้องยกให้ Tracksuit หรือชุดวอร์มแบบเข้าชุด (Matching Set) ทั้งเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงวอร์มที่มีลวดลายหรือแถบสีเดียวกัน สไตล์นี้ได้รับความนิยมจากเหล่าแร็ปเปอร์และดาราฮอลลีวูด การแต่งตัวผู้ชายด้วย Tracksuit ให้ดูไม่เหมือนชุดนอน ต้องเลือกชุดที่มีคัตติ้งดี พอดีตัว และเสริมด้วยเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ หรือนาฬิกาสปอร์ตหรู เพื่อดึงลุคให้ดูแพงขึ้น


12. Monotone: คุมโทนสีเดียวทั้งตัว สร้างความโดดเด่นแบบ Less is More

Monotone คือการแต่งตัวด้วยสีเดียวกันทั้งชุด หรือเฉดสีที่ใกล้เคียงกัน (Tone on Tone) เช่น ดำล้วน (All Black) ที่ให้ความรู้สึกเท่ ขรึม และอำพรางหุ่นได้ดี หรือ ขาวล้วน (All White) ที่ดูสะอาดตาและหรูหรา เคล็ดลับของสไตล์การแต่งตัวผู้ชายแบบโมโนโทนคือการเล่นกับ "ผิวสัมผัส" (Texture) ของผ้าที่แตกต่างกันในแต่ละชิ้น เพื่อไม่ให้ดูลึกจนเกินไปและดูมีมิติมากขึ้น


13. Men's Accessories (Crossbody): เสริมจุดเด่นด้วยกระเป๋าคาดอก


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


ในปี 2026 ผู้ชายหันมาให้ความสำคัญกับกระเป๋ามากขึ้น โดยเฉพาะกระเป๋า Crossbody หรือกระเป๋าคาดอก ที่ช่วยคอมพลีทลุคให้ดูสมบูรณ์แบบ การเลือกกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นฮิตอย่าง Louis Vuitton, Gucci หรือ Prada มาคาดทับเสื้อยืดธรรมดา ก็สามารถยกระดับการแต่งตัวผู้ชายให้ดูแพงขึ้นมาได้ทันที นอกจากความเท่แล้ว ยังตอบโจทย์การใช้งานที่คล่องตัว ใส่ของจำเป็นได้ครบครัน


เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับรูปร่างและสีผิว


สไตล์การแต่งตัวผู้ชาย


เพื่อให้การแต่งตัวผู้ชายออกมาดูดีที่สุด นอกจากเลือกสไตล์ที่ชอบแล้ว การเลือกสิ่งที่ "ใช่" กับตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน นี่คือทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น:

  • สำหรับหนุ่มเจ้าเนื้อ: ควรเลือกเสื้อผ้าสีเข้มเพื่อช่วยอำพรางหุ่น หลีกเลี่ยงลายขวางใหญ่ๆ และเสื้อที่รัดรูปเกินไป การใส่เสื้อคลุมหรือแจ็คเก็ตช่วยพรางสัดส่วนช่วงเอวได้ดี
  • สำหรับหนุ่มผอมสูง: หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดรูปเกินไป (Skinny) หรือหลวมโคร่งจนดูเหมือนไม้แขวนเสื้อ ควรเลือกเสื้อผ้าทรง Slim Fit หรือ Regular Fit และการใส่เสื้อผ้าหลายชั้น (Layering) จะช่วยเพิ่มความหนาให้กับร่างกายได้
  • สำหรับหนุ่มตัวเล็ก: ควรเลือกเสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่ยาวคลุมสะโพกจนเกินไป กางเกงควรมีความยาวพอดีข้อเท้า ไม่กองที่พื้น ลายทางลง (Vertical Stripes) จะช่วยหลอกตาให้ดูสูงขึ้นได้
  • การเลือกสีให้เข้ากับผิว:
  • ผิวขาว: โชคดีที่ใส่ได้แทบทุกสี แต่ควรระวังสีขาวซีดหรือสีพาสเทลที่อ่อนเกินไปอาจทำให้ดูจืดชืด ลองตัดด้วยสีเข้มอย่างกรมท่า หรือดำ จะดูดีมาก
  • ผิวสองสี/ผิวเข้ม: สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ, เขียวมะกอก, กรมท่า, หรือสีทอง จะช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและมีเสน่ห์ หลีกเลี่ยงสีนีออนสะท้อนแสง


แบรนด์เนมในมือเป็นของแท้จริงไหม? บริการตรวจแท้ปลอมที่ JIPJIPMONEY ช่วยเช็กให้คุณได้!

การแต่งตัวผู้ชายให้ดูดี หลายครั้งเรามักมองหาไอเท็มแบรนด์เนมมือสองมาเสริมลุค ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรู รองเท้า หรือกระเป๋าแบรนด์เนม แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าของที่คุณได้มา หรือของขวัญที่ได้รับเป็นของแท้? ที่ JIPJIPMONEY เราเข้าใจปัญหานี้ดี จึงมีบริการรับตรวจสอบสินค้าแบรนด์เนม (Authentication Service) เพื่อความสบายใจของคุณ

  • ทีมงานมืออาชีพ: เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานในการตรวจสอบสินค้าลักชัวรี่หลากหลายแบรนด์
  • เทคโนโลยีทันสมัย: ใช้เครื่องมือและฐานข้อมูลระดับสากลในการตรวจสอบรายละเอียดจุดเล็กจุดน้อยที่ตาเปล่าอาจมองข้าม
  • ความรวดเร็วและแม่นยำ: รู้ผลรวดเร็ว พร้อมใบรับรองผลการตรวจสอบ ให้คุณมั่นใจและนำไปใช้งานต่อ หรือขายต่อได้อย่างสบายใจ
  • ครบวงจร: นอกจากตรวจสอบแล้ว หากคุณต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุน เรายังมีบริการรับขายฝากที่ให้วงเงินสูงและยุติธรรมอีกด้วย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับสไตล์การแต่งตัวผู้ชาย

ผู้ชายผิวเข้ม ควรเลือกเสื้อผ้าโทนสีไหนถึงจะดูดี?

แนะนำสีโทนอุ่นและสีธรรมชาติ (Earth Tone) เช่น สีเบจ, สีเขียวมะกอก, สีกรมท่า, สีเทาเข้ม หรือสีแดงเลือดหมู จะช่วยขับผิวให้ดูสว่างและคมเข้มขึ้นค่ะ

งบน้อย แต่อยากแต่งตัวสไตล์ Old Money ต้องเริ่มจากไอเท็มอะไร?

เริ่มจากเสื้อเชิ้ตสีขาวหรือฟ้าอ่อนคุณภาพดี, กางเกงสแล็คทรงสวย และเข็มขัดหนังเรียบๆ เน้นเสื้อผ้าที่สะอาด รีดเรียบ และพอดีตัว สำคัญกว่าแบรนด์ค่ะ

รองเท้าทรงไหนที่ผู้ชายควรมีติดตู้ ใส่ได้กับทุกสไตล์?

รองเท้าผ้าใบสีขาว (White Sneakers) ดีไซน์มินิมอล และรองเท้าหนังทรง Loafers สีดำหรือน้ำตาล เป็นไอเท็มกันตายที่เข้าได้กับทั้งลุคทางการและลำลองค่ะ


สรุปบทความ

ปี 2026 คือปีแห่งความสนุกและการทดลองสิ่งใหม่ๆ สำหรับวงการแฟชั่นชาย การค้นหาสไตล์การแต่งตัวผู้ชายที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่เพียงแต่ช่วยปรับลุคภายนอกให้ดูดี แต่ยังสะท้อนตัวตนและความมั่นใจจากภายใน ลองนำ 13 สไตล์ที่เราแนะนำไปปรับใช้ ผสมผสานกับไอเท็มที่มี และอย่าลืมว่าความมั่นใจคือเครื่องประดับที่ดีที่สุด 

ส่วนใครที่มีไอเท็มแบรนด์เนมเสริมลุคและต้องการผู้ช่วยดูแล หรือตรวจสอบความแท้ JIPJIPMONEY พร้อมให้บริการคุณด้วยความเป็นมืออาชีพเสมอค่ะ