16 แบรนด์นาฬิกายอดฮิตระดับโลก ราคารับซื้อสูง ซื้อเก็บไว้ยังไงก็คุ้ม
ในโลกของการลงทุน เครื่องบอกเวลาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่วัดจังหวะของชีวิตอีกต่อไป แต่ยังกลายเป็นสินทรัพย์อันล้ำค่าที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาแบรนด์นาฬิกาเพื่อการสะสมหรือการลงทุนระยะยาว วันนี้ JIPJIPMONEY ได้รวบรวมลิสต์ 16 แบรนด์ระดับตำนานที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลกมาฝากกัน รับรองว่าเป็นรุ่นที่ตลาดต้องการสูง ซื้อเก็บไว้รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน
ทำไมแบรนด์นาฬิกาหรูถึงเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าลงทุนในยุคนี้
ความน่าสนใจของการลงทุนในแบรนด์นาฬิกาหรู คือการผสานศิลปะ งานฝีมือชั้นสูง และกลไกที่ซับซ้อนเข้าไว้ด้วยกัน นาฬิกาหลายรุ่นผลิตในจำนวนจำกัด (Limited Edition) หรือใช้วัสดุที่หายาก ทำให้มีความต้องการในตลาดสูงกว่าจำนวนที่ผลิตออกมา เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าของนาฬิกาเหล่านี้จึงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น นอกจากจะสวมใส่เพื่อสะท้อนรสนิยมและความสำเร็จแล้ว ยังเป็นสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นสภาพคล่องทางการเงินได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย
อัปเดต 16 แบรนด์นาฬิการะดับตำนานที่นักสะสมต้องมี ราคาดีไม่มีตก
มาดูกันเลยว่าแบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลกที่ทรงอิทธิพลและสามารถรักษามูลค่าได้ดีเยี่ยมนั้น จะมีแบรนด์ไหนและรุ่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง
1. A. Lange & Söhne
Lange & Söhne สุดยอดแบรนด์นาฬิกาสัญชาติเยอรมันที่โดดเด่นเรื่องกลไกอันประณีตและการขัดแต่งตัวเครื่องที่งดงามเหนือระดับ (Finishing) แบรนด์นี้ผลิตนาฬิกาในจำนวนจำกัดต่อปีด้วยงานคราฟต์ทำมือแทบทุกขั้นตอน ทำให้เป็นที่ต้องการอย่างมากในหมู่นักสะสมตัวจริงที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ
- Lange 1: รุ่นไอคอนิกที่โดดเด่นด้วยการจัดวางหน้าปัดแบบอสมมาตร (Asymmetrical) ที่คำนวณสัดส่วนมาอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
- Zeitwerk: นวัตกรรมกลไกจักรกลที่แสดงเวลาเป็นตัวเลขดิจิทัล (Jumping Numerals) ซึ่งต้องใช้เทคนิควิศวกรรมขั้นสูงในการผลิต ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่หาดูได้ยาก ราคาประมาณ 3.0 ล้านบาท
2. Audemars Piguet (AP)
หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ของวงการนาฬิกาสวิส (Holy Trinity) ที่ปฏิวัติวงการด้วยการนำสเตนเลสสตีลมาทำเป็นนาฬิกาสปอร์ตหรู จนกลายเป็นดีไซน์ระดับตำนานที่หาซื้อยากที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก เป็นแบรนด์ที่สะท้อนความหรูหราและสถานะทางสังคมได้อย่างชัดเจน
- Royal Oak: มาพร้อมลวดลายหน้าปัดแบบ Tapisserie และหมุดสกรูแปดตัวที่ขอบตัวเรือนหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมสุดคลาสสิก กลายเป็นสัญลักษณ์ของสปอร์ตลักชัวรี่ที่นักสะสมทุกคนใฝ่ฝัน ราคาประมาณ 3.0 ล้านบาท
- Royal Oak Offshore: ต่อยอดจากความคลาสสิกสู่ความสปอร์ตที่ดุดันและบึกบึนยิ่งขึ้น ตัวเรือนมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบนาฬิกาแนวสปอร์ตเต็มขั้นที่ใส่แล้วเต็มข้อมือ ราคาประมาณ 1.8 ล้านบาท
3. Breguet
นาฬิกา Breguet แบรนด์ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นผู้คิดค้นกลไก Tourbillon อันซับซ้อน ดีไซน์ของแบรนด์นี้เน้นความคลาสสิกหรูหรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เข็มนาฬิกาทรงบลูสตีล (Breguet Hands) และตัวเลขสไตล์ Breguet ที่แบรนด์อื่น ๆ มักนำไปเป็นแรงบันดาลใจ
- Classique: ถ่ายทอดความงดงามดั้งเดิมของแบรนด์ด้วยขอบตัวเรือนเซาะร่อง (Coin-edge) และหน้าปัดแกะสลักลวดลายกิโยเช่ (Guilloché) ที่ทำด้วยมืออย่างประณีต ให้ลุคเรียบหรูภูมิฐาน ราคาประมาณ 1.2 ล้านบาท
- Marine: ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความคลาสสิก มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำและดีไซน์หน้าปัดที่สะท้อนถึงเกลียวคลื่น ได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์การเป็นผู้ผลิตนาฬิกาให้กองทัพเรือ ราคาประมาณ 8 แสนบาท
4. Bvlgari
แบรนด์นาฬิกาที่ผสมผสานงานออกแบบสไตล์อิตาลีอันหรูหราเข้ากับความแม่นยำของการผลิตแบบสวิส โดดเด่นด้วยการทำลายสถิตินาฬิกาที่บางที่สุดในโลกหลายรายการ เป็นตัวแทนของความทันสมัยและแฟชั่นชั้นสูงที่ฉีกกฎเกณฑ์การทำนาฬิกาแบบเดิม ๆ
- Octo Finissimo: โดดเด่นด้วยตัวเรือนไทเทเนียมและเซรามิกที่บางเฉียบเป็นสถิติโลก หน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมสะท้อนงานสถาปัตยกรรมโรมันโบราณที่นำมาตีความใหม่ให้ดูสปอร์ตและโมเดิร์น ราคาประมาณ 7 แสนบาท
- Serpenti: ดีไซน์สายพันรอบข้อมือที่ได้แรงบันดาลใจจากงู สัญลักษณ์แห่งความเย้ายวนและเป็นอมตะ ประดับอัญมณีหรูหรา ถือเป็นนาฬิกากึ่งเครื่องประดับยอดฮิตสำหรับสุภาพสตรี ราคาประมาณ 5 แสนบาท
5. Cartier
แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาชั้นสูงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ช่างทำเครื่องเพชรของพระราชา" โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา สวมใส่ได้ทุกยุคสมัย และมักจะมีสตอรี่เบื้องหลังการออกแบบที่น่าหลงใหล ทำให้กลายเป็นไอเทมคลาสสิกตลอดกาล โดยนาฬิกา Cartier รุ่นน่าซื้อมีดังนี้
- Santos de Cartier: นาฬิกานักบินรุ่นแรกของโลก โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงเหลี่ยมมุมมนและหมุดสกรูบนขอบตัวเรือน มาพร้อมระบบเปลี่ยนสายอัจฉริยะที่แมตช์เข้ากับทุกลุคได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราคาประมาณ 4 แสนบาท
- Tank: ได้แรงบันดาลใจจากมุมมองด้านบนของรถถังในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและตัวเลขโรมันสุดคลาสสิก เป็นเดรสวอตช์ทรงสี่เหลี่ยมที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ราคาประมาณ 3 แสนบาท
6. Chopard
โดดเด่นทั้งในเรื่องของการทำเครื่องประดับหรูและการผลิตกลไกนาฬิกาคุณภาพเยี่ยม (L.U.C) เป็นแบรนด์นาฬิกาที่ผสมผสานความสวยงาม ศิลปะ และความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ชื่นชอบกลไกซับซ้อนและผู้ที่รักอัญมณี
- Alpine Eagle: ผลิตจากสตีลชนิดพิเศษ Lucent Steel ที่เงางามและทนทานกว่าสตีลทั่วไป หน้าปัดมีเท็กซ์เจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากม่านตาของนกอินทรี ให้ลุคสปอร์ตสายสตีลที่หรูหราสะดุดตา ราคาประมาณ 6 แสนบาท
- Happy Sport: เป็นการผสมผสานความหรูหราของเพชรที่กลิ้งไปมาอย่างอิสระบนหน้าปัด (Dancing Diamonds) เข้ากับตัวเรือนสไตล์สปอร์ตที่ใช้งานได้จริง เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ราคาประมาณ 3.5 แสนบาท
7. Corum
แบรนด์ที่มักจะนำเสนอความแปลกใหม่และดีไซน์ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร ทั้งรูปทรงตัวเรือนและการจัดวางกลไก เหมาะสำหรับนักสะสมที่ชอบความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และหลงใหลในความครีเอทีฟของการออกแบบนาฬิกา
- Golden Bridge: งานศิลปะบนข้อมือที่จัดเรียงชิ้นส่วนกลไกทั้งหมดให้ตั้งตรงเป็นเส้นเดียว (Linear movement) กลางตัวเรือนโปร่งใส มองเห็นความงดงามของกลไกได้แบบ 360 องศา ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
- Admiral: ดีไซน์ตัวเรือนรูปทรง 12 เหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ แทนที่ตัวเลขบอกเวลาด้วยธงสัญญาณการเดินเรือสากล สะท้อนจิตวิญญาณแห่งท้องทะเลและกีฬาเรือใบ ราคาประมาณ 3 แสนบาท
8. Franck Muller
เจ้าแห่งความซับซ้อน (Master of Complications) ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงตัวเรือนแบบถังเบียร์ (Tonneau) และการจัดวางตัวเลขที่สนุกสนานหลุดกรอบ เป็นแบรนด์ที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ ของเรือนเวลาสวิส ให้ดูมีความป็อปและเป็นแฟชั่นมากขึ้น
- Vanguard: ตัวเรือนทรงถังเบียร์ไร้หูเชื่อมสาย (Lugs) ที่ออกแบบมาให้โค้งรับกับข้อมืออย่างลงตัว มาพร้อมตัวเลขสไตล์อาร์ตเดคโคขนาดใหญ่แบบสามมิติที่ดูสปอร์ตและมีพลัง ราคาประมาณ 4 แสนบาท
- Crazy Hours: การจัดวางตัวเลขบนหน้าปัดแบบสลับตำแหน่งกันอย่างอิสระ โดยเข็มชั่วโมงจะกระโดดข้ามไปยังตัวเลขที่ถูกต้องเมื่อครบชั่วโมง สร้างความสนุกและลูกเล่นในการดูเวลา ราคาประมาณ 6 แสนบาท
9. Hublot
แบรนด์นาฬิกาที่มาพร้อมคอนเซปต์ "Art of Fusion" ศิลปะแห่งการผสมผสานวัสดุแปลกใหม่ เช่น เซรามิก คาร์บอน แซฟไฟร์ และทองคำเข้าด้วยกัน ทำให้ได้นาฬิกาสไตล์สปอร์ตที่ดูแข็งแกร่ง ทันสมัย และครองใจนักกีฬาหรือเซเลบริตี้ทั่วโลก
- Big Bang: โครงสร้างตัวเรือนแบบแซนด์วิชที่เกิดจากการซ้อนทับของวัสดุหลากหลายชนิด พร้อมขอบตัวเรือนยึดด้วยสกรูรูปตัว H หกตัว สะท้อนความดุดันและเป็นรุ่นยอดฮิตที่ทำราคาได้ดี ราคาประมาณ 8 แสนบาท
- Classic Fusion: เป็นการลดทอนความดุดันของรุ่น Big Bang ให้มีความเพรียวบางและมินิมอลมากขึ้น เหมาะสำหรับใส่กับชุดสูทหรือลุคแคชชวลในวันทำงานได้อย่างลงตัว ราคาประมาณ 4 แสนบาท
10. Omega
แบรนด์ที่สร้างตำนานหน้าประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งการเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ไปเยือนดวงจันทร์ และเป็นนาฬิกาคู่กายของสายลับเจมส์ บอนด์ ถือเป็นแบรนด์ที่มีความทนทานสูง ใช้กลไก Co-Axial สุดล้ำ และคุ้มค่าแก่การลงทุนอย่างยิ่ง
- Speedmaster Moonwatch: นาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรกที่ผ่านการทดสอบสุดหฤโหดจาก NASA และได้ร่วมภารกิจเหยียบดวงจันทร์ ยังคงดีไซน์คลาสสิกที่เหนือกาลเวลาและเป็นสิ่งที่นักสะสมต้องมี ราคาประมาณ 3 แสนบาท
- Seamaster Diver 300M: นาฬิกาดำน้ำยอดนิยม โดดเด่นด้วยหน้าปัดเซรามิกสลักลายคลื่นน้ำ พร้อมวาล์วระบายฮีเลียมที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ทนทาน แม่นยำ และเชื่อถือได้ในทุกสถานการณ์ ราคาประมาณ 2.5 แสนบาท
11. Panerai
จากนาฬิกาที่ผลิตให้กองทัพเรืออิตาลี สู่แบรนด์นาฬิกาสปอร์ตหรูที่คนทั่วโลกหลงใหล (Paneristi) โดดเด่นด้วยตัวเรือนขนาดใหญ่บึกบึน หน้าปัดสไตล์มินิมอล และพรายน้ำที่สว่างชัดเจนในที่มืด เป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนที่สุด
- Luminor: มาพร้อมตัวเรือนรูปทรงคุชชั่น (Cushion) ขนาดใหญ่ และมีกลไกป้องกันเม็ดมะยม (Crown-protecting bridge) ที่ช่วยกันน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ราคาประมาณ 3.5 แสนบาท
- Radiomir: ทรงคลาสสิกสไตล์วินเทจดั้งเดิมที่ผลิตให้กับกองทัพเรือ โดดเด่นด้วยหูสายแบบลวดเชื่อม (Wire lugs) และหน้าปัดแบบแซนด์วิช ไม่มีตัวป้องกันเม็ดมะยม ให้อารมณ์คลาสสิกดุดัน ราคาประมาณ 3 แสนบาท
12. Patek Philippe
ราชาแห่งวงการนาฬิกาที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากครอบครอง เป็นแบรนด์นาฬิกาที่รักษามูลค่าได้ดีที่สุดในตลาด ราคามือสองมักจะสูงกว่าราคาป้ายหลายเท่าตัว การได้ครอบครอง Patek Philippe ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุดในชีวิต โดยนาฬิกา Patek Philippe รุ่นยอดนิยมมีดังนี้
- Nautilus: ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ Gérald Genta ด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมโค้งมนดีไซน์หน้าต่างเรือ และหน้าปัดลายเส้นขวาง กลายเป็นแรร์ไอเทมที่นักสะสมแย่งชิงกันทั่วโลก ราคาประมาณ 5.0 ล้านบาท
- Aquanaut: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Nautilus แต่นำมาปรับให้ดูสปอร์ตและวัยรุ่นขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดลายนูนตารางและสายยางคอมโพสิตที่ทนทานต่อรังสียูวีและน้ำทะเล ราคาประมาณ 3.0 ล้านบาท
13. Piaget
แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความบางเฉียบของตัวเรือน (Ultra-thin) และความเชี่ยวชาญด้านการประดับอัญมณีชั้นสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราแบบคลาสสิก เรียบง่าย แต่งานประกอบกลไกภายในนั้นซับซ้อนและประณีตระดับโลก
- Polo: สปอร์ตหรูที่ผสมผสานหน้าปัดรูปทรงกลมและรูปทรงหมอน (Cushion) ไว้ในเรือนเดียว พร้อมขอบตัวเรือนที่ขัดแต่งด้วยลวดลายแนวนอน สวมใส่กระชับเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ ราคาประมาณ 5 แสนบาท
- Altiplano: สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านกลไกที่บางเฉียบที่สุด ตัวเรือนมีความบางจนแทบจะกลืนไปกับข้อมือ มอบความสง่างามขั้นสุดเมื่อสวมใส่คู่กับชุดทักซิโด้หรือเดรสออกงาน ราคาประมาณ 8 แสนบาท
14. Rolex
แบรนด์นาฬิกายอดนิยมอันดับหนึ่งที่ซื้อง่ายขายคล่องที่สุดในโลก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี Rolex ก็ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่รักษาความต้องการของตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น มีความทนทาน แม่นยำ และเป็นแบรนด์ที่ลงทุนแล้วแทบไม่มีคำว่าขาดทุน
- Daytona: นาฬิกาโครโนกราฟที่ออกแบบมาเพื่อนักแข่งรถ โดดเด่นด้วยสเกล Tachymetric บนขอบหน้าปัด เป็นรุ่นท็อปฮิตที่ราคาพุ่งสูงและหายากที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ตลอดกาล ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
- Submariner: มาตรฐานของนาฬิกาดำน้ำที่ทั่วโลกยอมรับ มาพร้อมขอบหน้าปัดเซรามิก Cerachrom ที่หมุนได้ทิศทางเดียวและพรายน้ำ Chromalight ที่สว่างชัดเจน เป็นไอเทมคลาสสิกที่ใส่ได้ทุกวัน ราคาประมาณ 5.5 แสนบาท
15. Richard Mille
เปรียบเสมือนรถแข่ง F1 บนข้อมือ โดดเด่นด้วยการใช้วัสดุล้ำยุคน้ำหนักเบา เช่น คาร์บอน TPT และไทเทเนียม กลไกซับซ้อนทนทานต่อแรงกระแทก เป็นแบรนด์ระดับ Hyper-luxury ที่มหาเศรษฐีและนักกีฬาระดับโลกเลือกใช้เพื่อแสดงสถานะขั้นสุด โดยนาฬิกา Richard Mille รุ่นยอดนิยมน่าซื้อเก็บ มีดังนี้
- RM 11 Series: นาฬิกาจับเวลาทรงถังเบียร์สุดฮิต มาพร้อมฟังก์ชัน Flyback Chronograph เผยให้เห็นกลไกสเกเลตันสุดล้ำที่จัดเรียงแบบสามมิติ ทรงพลังและดุดัน ราคาประมาณ 10.0 ล้านบาท
- RM 35 Series: ซีรีส์ที่ออกแบบร่วมกับนักเทนนิสระดับโลก โดดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบาหวิวแต่สามารถทนทานต่อแรงเหวี่ยงและแรงกระแทกมหาศาลได้อย่างยอดเยี่ยมขณะเล่นกีฬา ราคาประมาณ 15.0 ล้านบาท
16. Vacheron Constantin
ผู้ผลิตนาฬิกาที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก (ตั้งแต่ปี 1755) หนึ่งในสาม Holy Trinity ที่มีงานขัดแต่งกลไกประณีตและทรงคุณค่า ถือเป็นแบรนด์ที่สืบทอดศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาสวิสขนานแท้ที่นักสะสมตัวยงต้องมี
- Overseas: นาฬิกาสปอร์ตหรูสไตล์นักเดินทาง โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนทรงกางเขน Maltese Cross มาพร้อมระบบเปลี่ยนสายอัจฉริยะที่ให้คุณปรับลุคได้ตามต้องการทั้งสายสตีล หนัง และยาง ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท
- Patrimony: เดรสวอตช์ที่ได้แรงบันดาลใจจากยุค 1950s ด้วยตัวเรือนที่เพรียวบางและหน้าปัดที่เรียบง่ายสะอาดตา ถ่ายทอดศิลปะความคลาสสิกในแบบฉบับดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราคาประมาณ 9 แสนบาท
เปลี่ยนนาฬิกาเรือนโปรดเป็นทุนหมุนเวียน บริหารสินทรัพย์ชาญฉลาดที่ JIPJIPMONEY
หากคุณมีแบรนด์นาฬิกาเหล่านี้อยู่ในครอบครองและต้องการนำมาบริหารจัดการเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินโดยไม่ต้องขายขาด บริการขายฝากนาฬิกา (watchforcash) JIPJIPMONEY คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด
เพราะเราพร้อมให้บริการประเมินทรัพย์สินตามมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณได้รับวงเงินที่สูงและยุติธรรมที่สุด ขั้นตอนโปร่งใส อนุมัติไว และที่สำคัญที่สุดคือ ทรัพย์สินของคุณจะถูกจัดเก็บในห้องนิรภัยที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดแบบ 1 ต่อ 1 มั่นใจได้เลยว่านาฬิกาเรือนโปรดจะยังคงสภาพสมบูรณ์จนถึงวันไถ่ถอน
FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนใน แบรนด์นาฬิกา
ซื้อแบรนด์นาฬิกาไหนดีที่ปล่อยต่อได้ราคา
แบรนด์ที่ปล่อยต่อแล้วรักษาฐานราคาได้ดีเยี่ยมที่สุดตลอดกาลคือ Patek Philippe, Audemars Piguet (AP) และ Rolex เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีความต้องการในตลาดโลกสูงมากและมีจำนวนการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
นาฬิกาที่ไม่มีกล่องและใบรับประกัน (อุปกรณ์ไม่ครบ) ยังสามารถนำมาทำขายฝากได้หรือไม่
สามารถทำได้ เพียงแต่การประเมินวงเงินอาจจะลดหลั่นลงมาบ้างเมื่อเทียบกับเรือนที่มีอุปกรณ์ครบชุด (Full Set) ทั้งนี้คุณสามารถนำนาฬิกาเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราตรวจสอบสภาพและประเมินทรัพย์สินให้ก่อนได้
วิธีดูแลรักษานาฬิกาให้คงสภาพสมบูรณ์เพื่อรักษามูลค่าควรทำอย่างไร
ควรเก็บนาฬิกาไว้ในกล่องหรือตู้หมุนนาฬิกาเมื่อไม่ได้ใช้งาน หลีกเลี่ยงการวางใกล้สนามแม่เหล็กหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง และควรส่งเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กกลไกและเปลี่ยนซีลกันน้ำตามระยะเวลาที่แบรนด์กำหนด
สรุปบทความ
การเลือกซื้อแบรนด์นาฬิกาหรู ไม่ใช่เพียงการซื้อเพื่อสวมใส่เสริมบารมีเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวที่ชาญฉลาด หากคุณเลือกรุ่นที่ใช่และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง มูลค่าของนาฬิกาเหล่านี้ก็พร้อมที่จะเติบโตขึ้นตามเวลา และหากวันใดที่คุณต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เหล่านี้เป็นเงินทุนหมุนเวียน JIPJIPMONEY ยินดีต้อนรับและพร้อมดูแลทรัพย์สินของคุณด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้รับวงเงินที่คุ้มค่าและความสบายใจสูงสุด
- Line: @JIPJIPMONEY หรือ @watchforcash
- โทร: 088-800-0000 ในช่วงวันและเวลาทำการ 10:00-19:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
- E-Mail: official@jipjipmoney.com