เปิดประวัติ Goyard แบรนด์กระเป๋าหรูสุดเก่าแก่ที่ไม่เคยทำโฆษณา
หากพูดถึงกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์และหาซื้อยากที่สุดแบรนด์หนึ่งในโลก เชื่อว่าชื่อของ Goyard ต้องติดโผแน่นอนค่ะ แบรนด์เครื่องหนังสุดหรูจากฝรั่งเศสนี้มีความน่าสนใจตรงที่ไม่เคยพึ่งพาการทำโฆษณา ไม่จ้างแบรนด์แอมบาสเดอร์ และไม่ขายผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กลับเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก วันนี้ JIPJIPMONEY จะพาคุณไปเจาะลึกประวัติ Goyard ว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไร และทำไมถึงกลายเป็นไอเทมน่าลงทุนที่ทุกคนอยากครอบครองค่ะ
จุดเริ่มต้น ประวัติ Goyard ตำนานแห่ง Maison ที่เก่าแก่กว่า Louis Vuitton
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ประวัติ Goyard นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1853 โดย ฟรองซัวส์ โกยาร์ (François Goyard) แต่แท้จริงแล้วรากฐานของแบรนด์นี้เก่าแก่ไปถึงปี ค.ศ. 1792 ภายใต้ชื่อ Maison Martin ซึ่งรับทำหีบใส่ของและบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูง ทำให้ Goyard มีอายุเก่าแก่กว่าแบรนด์คู่แข่งอย่าง Louis Vuitton ถึง 1 ปี (LV ก่อตั้งปี 1854) ค
วามเชี่ยวชาญในการทำหีบเดินทางที่ทนทานและประณีต ทำให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์ฝรั่งเศสและชนชั้นสูงในยุคนั้นอย่างรวดเร็ว นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อเสียงของแบรนด์คงความขลังมาจนถึงปัจจุบันค่ะ
เอกลักษณ์ของ Goyard ที่ทำให้แบรนด์ครองใจคนทั่วโลกมานับศตวรรษ
สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่นและยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ตามประวัติ Goyard เท่านั้นนะคะ แต่เป็นเพราะการรักษา "เอกลักษณ์" และ "งานฝีมือ" ขั้นสูงที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น แบรนด์นี้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ยากจะลอกเลียนแบบ เรามาดูกันค่ะว่า 3 เอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ใครๆ ก็หลงรักกระเป๋าแบรนด์นี้มีอะไรบ้าง
ลวดลาย Goyardine (โกยาร์ดีน) ศิลปะบนผืนผ้าใบแคนวาสอันโดดเด่น
ภาพจำที่ชัดเจนที่สุดของแบรนด์คือลวดลาย Goyardine (โกยาร์ดีน) ที่มีลักษณะเป็นตัว Y เรียงต่อกันคล้ายจุดเรียงร้อย ลวดลายนี้ถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1892 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากท่อนซุงที่บรรพบุรุษของตระกูลเคยทำอาชีพขับเรือซุงมาก่อน
วัสดุหลักไม่ใช่หนังแท้ทั้งใบนะคะ แต่เป็นผ้าใบแคนวาสที่เคลือบด้วยนวัตกรรมพิเศษ (Coated Canvas) ทำให้น้ำหนักเบาหวิว กันน้ำได้ดีเยี่ยม และมีความทนทานสูงมาก ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้นและยังคงใช้มาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
การเพนต์ลายและสลักชื่อด้วยมือ (Personalization) ที่มีชิ้นเดียวในโลก
อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้แบรนด์นี้เหนือระดับคือบริการ Marquage หรือศิลปะการเพนต์ลวดลายและตัวอักษรลงบนกระเป๋าด้วยมือ (Hand-painted) ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวอักษร ลายทาง (Stripes) หรือแม้แต่สัญลักษณ์พิเศษเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนลงบนกระเป๋าใบโปรดได้
บริการนี้สะท้อนถึงความประณีตของช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสที่ใช้เวลาวาดอย่างพิถีพิถัน ทำให้กระเป๋าแต่ละใบกลายเป็นผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก (Unique Item) ถือเป็นเสน่ห์ที่เครื่องจักรไม่สามารถทำแทนได้เลยค่ะ
ทักษะการทำหีบใส่ของ (Trunk Making) ที่ได้รับความไว้วางใจจากราชวงศ์
ก่อนจะมาโด่งดังเรื่องกระเป๋าโท้ท แบรนด์นี้คือปรมาจารย์ด้านการทำหีบเดินทาง (Trunk Maker) ระดับโลกค่ะ ในอดีตการเดินทางด้วยเรือสำราญต้องใช้หีบที่แข็งแรงและสั่งทำพิเศษเพื่อใส่สิ่งของเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นหีบใส่เครื่องแก้ว หีบใส่จักรยาน หรือหีบใส่เครื่องพิมพ์ดีด
ความประณีตและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์นี้เอง ทำให้แบรนด์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตหีบเดินทางอย่างเป็นทางการให้กับราชวงศ์และขุนนางทั่วยุโรป ซึ่งความเชี่ยวชาญนี้ได้ถูกถ่ายทอดมาสู่โครงสร้างกระเป๋ารุ่นต่างๆ ในปัจจุบันค่ะ
ทำไม Goyard ถึงเป็นแบรนด์ Luxury ที่ไม่เคยทำโฆษณา
ในยุคที่ทุกแบรนด์ต่างทุ่มงบการตลาดมหาศาลเพื่อแย่งชิงพื้นที่สื่อ แต่แบรนด์นี้กลับเลือกที่จะเดินสวนทางอย่างสิ้นเชิงค่ะ หากเราศึกษาประวัติ Goyard จะพบว่าพวกเขาไม่เคยจ่ายเงินเพื่อทำโฆษณา ไม่มีการจ้างดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ และไม่มีแม้กระทั่งงานแฟชั่นโชว์สุดอลังการ แต่ความ "เงียบเชียบ" นี้กลับกลายเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการตอกย้ำภาพลักษณ์ Quiet Luxury อย่างแท้จริงค่ะ
กลยุทธ์ความลึกลับ (Exclusivity) ยิ่งเข้าถึงยาก ยิ่งกระตุ้นความต้องการ
แบรนด์ใช้กลยุทธ์สร้างความลึกลับเพื่อยกระดับคุณค่าของสินค้าค่ะ การไม่มีข้อมูลจำหน่ายหรือราคาอย่างเป็นทางการโชว์หราบนหน้าสื่อ ทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยและอยากครอบครองมากขึ้น ความรู้สึกที่ว่า "ไม่ใช่ทุกคนที่จะเดินเข้าไปซื้อได้ง่ายๆ" เป็นการคัดกรองลูกค้าที่ชื่นชอบในตัวแบรนด์จริงๆ ความ Exclusivity นี้ไปกระตุ้นหลักจิตวิทยาของผู้บริโภคที่ว่า ยิ่งได้มาครอบครองยากเท่าไหร่ ของชิ้นนั้นก็ยิ่งทวีมูลค่าและความน่าภาคภูมิใจมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
ไม่ขายผ่าน E-commerce ต้องไปซื้อที่บูติกเท่านั้น
ในขณะที่แบรนด์ลักชัวรี่อื่นเปิดขายออนไลน์กันหมด แต่ Goyard ยังคงยืนหยัดนโยบายไม่ขายสินค้าผ่านช่องทาง E-commerce ใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ หากคุณต้องการกระเป๋าแบรนด์นี้ คุณต้องเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศและซื้อที่บูติกของแบรนด์โดยตรงเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีสาขาเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก นโยบายนี้ไม่เพียงแต่รักษากลิ่นอายความเอ็กซ์คลูซีฟไว้ได้ แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาด ทำให้ราคารีเซล (Resale) ของกระเป๋ามีแต่ปรับตัวสูงขึ้นทุกปีค่ะ
อาศัยการบอกปากต่อปาก (Word of Mouth) จากเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลก
แม้จะไม่มีการจ้างแบรนด์แอมบาสเดอร์ แต่เรามักจะเห็นเหล่าเซเลบริตี้ฮอลลีวูด ราชวงศ์ และผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก เช่น Meghan Markle, Pharrell Williams หรือตระกูล Kardashian หิ้วกระเป๋าแบรนด์นี้ในชีวิตประจำวันเสมอ การใช้จริงและบอกปากต่อปาก (Word of Mouth) ของกลุ่มคนระดับท็อปเหล่านี้ กลายเป็นการทำ PR ที่ทรงประสิทธิภาพและดูเป็นธรรมชาติที่สุด ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูแพงและเป็นที่ปรารถนาโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาเลยค่ะ
3 รุ่นกระเป๋า Goyard ยอดฮิตที่น่าลงทุน ซื้อเก็บไว้ราคาไม่ตก
สำหรับใครที่กำลังมองหากระเป๋าใบแรกเพื่อเริ่มต้นวงการนี้ หรือต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร JIPJIPMONEY ขอแนะนำ 3 รุ่นยอดฮิตระดับตำนานที่ขึ้นแท่นเป็นกระเป๋า Must-Have ตลอดกาลค่ะ กระเป๋าทั้ง 3 รุ่นนี้มีความต้องการในตลาดมือสองสูงมาก ซื้อเก็บไว้รับรองว่าราคาไม่ตก แถมใช้งานได้คุ้มค่าในทุกๆ วันแน่นอนค่ะ
1. Goyard Saint Louis Tote
นี่คือกระเป๋ารุ่นไอคอนิกที่ฮิตที่สุดของแบรนด์ค่ะ Saint Louis เป็นกระเป๋าทรง Tote Bag ที่โดดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบาหวิวแต่สามารถจุของได้เยอะมาก วัสดุทำจากผ้าใบ Goyardine ที่กันน้ำและกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม มาพร้อมกระเป๋าใบเล็ก (Pouch) ที่ถอดแยกได้ รุ่นนี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย แมตช์ได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะใส่ไปทำงานหรือไปเที่ยว ถือเป็นรุ่น Entry-Level ที่ซื้อง่ายขายคล่อง และมีมูลค่าการลงทุนที่ดีเยี่ยมเสมอค่ะ
2. Goyard Anjou Tote
หากคุณชอบทรง Saint Louis แต่ต้องการความหรูหราที่มากขึ้น Anjou Tote คือคำตอบค่ะ ความพิเศษของรุ่นนี้คือเป็นกระเป๋าที่สามารถ "กลับด้านใช้ได้ทั้งสองฝั่ง" (Reversible) ฝั่งหนึ่งเป็นลาย Goyardine สุดคลาสสิก ส่วนอีกฝั่งเป็นหนังลูกวัวแท้ (Calfskin) สีพื้นเรียบเนียน ซื้อใบเดียวเหมือนได้กระเป๋าสองสไตล์ การบุด้วยหนังแท้ทำให้รุ่นนี้มีโครงสร้างที่อยู่ทรงมากกว่าและมีราคาที่สูงกว่า เป็นอีกรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงในหมู่นักสะสมค่ะ
3. Goyard Belvedere
เปลี่ยนแนวมาที่กระเป๋าสะพายข้างกันบ้างค่ะ Belvedere เป็นกระเป๋า Crossbody ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกระเป๋าของคนตัดไม้ ดีไซน์ฝาพับแบบคลาสสิกพร้อมสายสะพายหนังที่ปรับระดับได้ รุ่นนี้ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง (Unisex) ขนาดกำลังดี พกพาสะดวก และให้ลุคที่ดูทะมัดทะแมงแต่ยังคงความหรูหรา ด้วยความที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัด ทำให้ Belvedere เป็นอีกหนึ่งรุ่นแรร์ไอเทมที่ราคาพุ่งและหากันพลิกแผ่นดินเลยทีเดียวค่ะ
บริการรับขายฝากกระเป๋า Goyard ที่ JIPJIPMONEY ให้วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ
กระเป๋าแบรนด์เนมไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่คือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าค่ะ หากคุณเป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์นี้และต้องการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินทุนหมุนเวียน JIPJIPMONEY พร้อมให้บริการรับขายฝากกระเป๋าแบรนด์เนมและสินค้าลักชัวรี่ในไทย เราประเมินวงเงินราคาอย่างเป็นธรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ ให้วงเงินสูง ยุติธรรม ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.89% ต่อเดือน พร้อมขั้นตอนที่รวดเร็ว ประเมินไว โอนไวภายใน 1 ชั่วโมง ได้รับการันตีมาตรฐาน ISO 9001:2015
และทรัพย์สินทุกชิ้นจะถูกเก็บรักษาอย่างดีในห้องนิรภัยแบบ 1:1 ที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบกันไฟและควบคุมความชื้น รวมถึงวงเงินคุ้มครองในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้กระเป๋าสุดรักของคุณคงสภาพนางฟ้าจนกว่าจะไถ่ถอนค่ะ อีกทั้งยังมีบริการแมสเซนเจอร์ของบริษัทรับฟรีถึงบ้าน (เฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑล) ครอบคลุม รวดเร็ว เพราะเราคำนึงถึงความสะดวกของลูกค้าเป็นหลัก
FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ "ประวัติ Goyard" และแบรนด์
ทำไมกระเป๋า Goyard ถึงมีราคาแพงและหาซื้อยากมาก?
เพราะแบรนด์เน้นการผลิตด้วยงานฝีมือ (Handmade) ผลิตในปริมาณจำกัด (Limited Production) และไม่มีขายออนไลน์ ทำให้เกิดความต้องการสูงกว่าสินค้าที่มีในตลาด ราคาจึงแพงและหายากค่ะ
กระเป๋า Goyard ผลิตมาจากหนังอะไร?
ตัวกระเป๋าหลักทำจาก Goyardine ซึ่งเป็นผ้าใบแคนวาสเคลือบ (Coated Canvas) ส่วนขอบกระเป๋า หูจับ และซับในของบางรุ่น จะใช้หนังลูกวัวแท้ (Calfskin) คุณภาพสูงค่ะ
Goyard มีช็อปอย่างเป็นทางการในประเทศไทยหรือไม่?
ปัจจุบัน Goyard ยังไม่มีบูติกหรือช็อปอย่างเป็นทางการในประเทศไทยค่ะ ผู้ที่ต้องการซื้อของใหม่มือหนึ่งจากช็อปจะต้องบินไปซื้อที่สาขาต่างประเทศเท่านั้นค่ะ
Shop Goyard มีที่ประเทศไหนบ้าง
ช็อปหลักๆ ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของแฟชั่นทั่วโลก เช่น ปารีส (ฝรั่งเศส), ลอนดอน (อังกฤษ), นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา), โตเกียว (ญี่ปุ่น), โซล (เกาหลีใต้) และสิงคโปร์ค่ะ
สรุปบทความ
เมื่อได้เจาะลึกประวัติ Goyard จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากรากฐานที่มั่นคง การรักษาคุณภาพงานฝีมือชั้นสูง และความกล้าที่จะยืนหยัดในแนวทาง Quiet Luxury อย่างแท้จริง ทำให้กระเป๋าแบรนด์นี้เป็นงานศิลปะที่ควรค่าแก่การครอบครองและลงทุนในระยะยาว และหากคุณต้องการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินโดยไม่อยากขายกระเป๋าใบโปรดทิ้งไป อย่าลืมนึกถึงบริการขายฝากที่ปลอดภัยและให้วงเงินสูงจาก JIPJIPMONEY นะคะ
- Line: @JIPJIPMONEY หรือ @bagforcash
- โทร: 088-800-0000 ในช่วงวันและเวลาทำการ 10:00-19:00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
- E-Mail: official@jipjipmoney.com